Home > News > คนเด่นในข่าว > พงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศธ.

พงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศธ.

     วันที่ 5 พ.ย.  เวลา 09.00 น. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ฐานะ รมว.ศธ. คนใหม่ ได้เดินทางเข้ามายังห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการเพื่อรับฟังข้อมูล ศธ.และมอบนโยบายการดำเนินงานให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม

    พร้อมกล่าวถึงนโยบายของรัฐมนตรีศักษาธิการ

    “จะให้ ศธ.นำนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการศึกษามาขับเคลื่อนและรวมถึงนโยบายด้านอื่นๆ ที่ ศธ.ต้องเข้าไปมีบทบาทด้วย เช่น การเพิ่มบุคลากรทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่หน่วยงานผลิตไม่ใช่สาธารณสุขแต่เป็น ศธ.ฉะนั้นควรร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการขับเคลื่อน ขณะเดียวกัน นโยบายการศึกษาที่ดำเนินการมาแต่สมัย อดีต รมว.ศึกษาธิการ คนก่อน ๆ ตนจะนำมาขับเคลื่อนให้เกิดความต่อเนื่องด้วย”

    สำหรับนโยบายสำคัญที่ตนจะดำเนินการ ได้แก่

    1.การเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษาและผู้ศึกษา จะต้องมีการปฏิรูปหลักสูตรทุกระดับให้เท่ากับโลกที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องมีการปรับปรุงและต้องพัฒนาการเรียนทางด้านภาษาด้วย เพราะมีผลประเมินระดับนานาชาติ ที่ทำการประเมินประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ จำนวน 54 ประเทศ ผลปรากฎว่า ประเทศไทยมีความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ใน 5 อันดับสุดท้าย ฉะนั้นต้องเร่งส่งเสริม นอกจากนี้ ต้องมีการปรับการผลิตกำลังคนให้ตรงกับอุปสงค์ภายในประเทศเพราะหลายสาขาขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก เช่น แพทย์ อาชีวะ แต่หลายสาขาโดยเฉพาะด้านสังคมศาสตร์มีการผลิตบุคลากรออกมาจำนวนมาก ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งงานรองรับได้อย่างเพียงพอ เช่น ครู ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้ขยายการลงทุนในต่างประเทศมีความต้องการบุคลากรที่จะทำงานในต่างประเทศได้ จึงต้องมีการผลิตบุคลากรประเภทนี้มารองรับ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการพัฒนาครูรองรับและเน้นพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้แก่เด็กด้วยและมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนด้วย      

    2.จะให้เร่งขยายโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมทุกคนโดยเฉพาะผู้ยากไร้ เด็กด้อยโอกาสและผู้พิการ ซึ่งในเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน โดยข้อเท็จจริงแล้วนั้นโครงการนี้ในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการให้โอกาสเด็กยากไร้แต่เรียนดีได้ศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศหรือต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มีการปรับเปลี่ยนเป็นการคัดเด็กเก่งจากอำเภอมารับทุนซึ่งอาจทำให้เด็กยากไร้เสียโอกาสได้ เพราะฉะนั้น ตนกำลังมีแนวคิดที่จะให้ทุนเพิ่มอีก 1 ทุนเป็น 1 อำเภอ 2 ทุน โดยทุนหนึ่งสำหรับเด็กเก่งและอีกทุนสำหรับเด็กยากไร้

    3.ส่งเสริมการทำวิจัยที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ใน ศธ. ถูกตัดงบวิจัยลงส่วนหนึ่งเพราะการวิจัยที่ทำไปนั้นไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ถ้ามีการวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อภาคส่วนต่างๆ ในสังคมไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจ หรือภาคสังคมแล้วก็จะมีเงินสนับสนุนการวิจัยไหลเข้ามามากมายได้ เพราะฉะนั้น จะให้ไปดูว่างานวิจัยที่ทำไว้บนหิ้งนั้นอันไหนนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ต้องนำมาปัดฝุ่นให้คนเห็นว่างานวิจัยที่ทำนำไปใช้ได้จริงและอาจต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ที่ทำงานวิจัยและผู้ใช้งานวิจัย

    นอกจากนี้ จะเร่งรัดนโยบายต่างๆ เช่น นโยบายนำสันติสุขสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด กองทุนตั้งตัวได้ การปฏิรูปการเมืองที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและการเร่งรัดใช้งบประมาณ ไม่ให้มีสภาพเงินค้างท่อการเร่งรัดใช้งบประมาณนั้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่การใช้งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ จะต้องมีความโปร่งใส ไม่มีทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ดูแลเรื่องนี้อย่างมากไม่ให้เกิดการคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการซื้อขายตำแหน่งซึ่งจะเป็นต้นเหตุให้เกิดการทุจริตในด้านอื่นๆ ตามมา

“อย่างไรก็ตาม เมื่อแต่ละหน่วยงานรับทราบนโยบายแล้วก็ขอให้ไปดำเนินการเตรียมแผนงานและนำมาเสนอตนและ รมช.ศึกษาธิการ ได้ในสัปดาห์หน้า"

----

 

    นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา เกิดวันที่ 13พฤศจิกายน พ.ศ. 2499เป็นบุตรของ นายสุรินทร์ เทพกาญจนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ส.ส.สมุทรสาคร หลายสมัย ในสังกัดพรรคกิจสังคม

    จบการศึกษาชั้นชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 35 (เพื่อนร่วมรุ่น นางปรางทิพย์ นพรัมภา ภรรยานายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช) ปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิต (สอบได้อันดับที่ 2ของรุ่นที่ 34) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโท Master of Comparative Law จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน

    นายพงศ์เทพเป็นอดีตผู้พิพากษา ต่อมาตัดสินใจเข้าสู่วงการเมืองโดยลาออกจากราช​การ และลงสมัครรับ​เลือกตั้ง ส.ส.กรุง​เทพฯ ​เขต 8ในสังกัด พรรคพลังธรรม ​เมื่อ 2ก.ค. 2538​แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และต่อมาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จังหวัดสมุทรสาคร (26ธ.ค.2539)

    ต่อมาเข้าสังกัดพรรคไทยรักไทย ในตำแหน่งรอง​เลขาธิ​การพรรค และได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2550ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549

    นอกจากนี้เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีความที่ถูกฟ้องร้องโดย ค.ต.ส. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ได้รับหน้าที่เป็นโฆษกประจำตัว ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ

    ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3)