Home > News > รายงาน > สอศ.มุ่งยกระดับพัฒนาสมรรถนะให้ได้มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพอาเซียน

สอศ.มุ่งยกระดับพัฒนาสมรรถนะให้ได้มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพอาเซียน

รร.ดุสิตธานี @ เมื่อเร็ว ๆ นี้  ดร.ศศิธารา  พิชัยชาญณรงค์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(ลอศ.)ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้กล่าวเปิดการสัมมนาและบรรยายในหัวข้อ“คุณวุฒิวิชาชีพของประเทศไทย”

       โดยเนื้อหาการบรรยายได้เน้นถึงความสำคัญของการอาชีวศึกษาในประเทศไทยที่สร้างทักษะอาชีพที่สามารถปฏิบัติได้จริงไม่จำเป็นต้องจัดเพียงในสถานศึกษา แต่ยังจัดได้ในสถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจหรือโรงแรมและภัตตาคารชั้นนำและเป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนอย่างแท้จริงเพราะไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาแต่ครอบคลุมเด็กหญิง-ชาย บุคคลทั่วไป พระสงฆ์ คนพิการและผู้ต้องขัง

       ในทศวรรษที่จะมาถึงนี้ ประเทศไทยเน้นยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการที่มุ่งเพิ่มสัดส่วนนักเรียนอาชีวศึกษาให้มากกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยให้ความสำคัญเรื่องสมรรถนะมากกว่าการให้เงินเดือนตามประกาศนียบัตรหรือปริญญาบัตร

      ดังนั้น จึงมั่นใจว่ารัฐบาลใหม่จะสนับสนุนให้วิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นศูนย์ฝึกทักษะเพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือให้เป็นระดับอาเซียน และพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในภูมิภาค สอดคล้องกับร่างยุทธศาสตร์การผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาที่ระบุความต้องการของภาคเศรษฐกิจที่สำคัญมีผลให้การผลิตกำลังแรงงานถูกปรับให้สนองความต้องการของตลาดโดยมุ่งที่การจ้างงานและการมีรายได้ที่เป็นธรรมและทั่วถึง

       นอกจากนั้นการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพของประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังเป็นอีกพันธกิจหนึ่งที่แสดงเจตนารมณ์ในการเข้าร่วมประชาคมอาเซียนของประเทศไทย องค์การมหาชนนี้จะสนับสนุนการกำหนดสมรรถนะ รับรองหน่วยงานที่มีหน้าที่รับรองคุณวุฒิ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสถานประกอบการและทักษะฝีมือ ซึ่งจะเป็นการเร่งความพร้อมในการเคลื่อนย้ายกำลังคนในภูมิภาคและเปิดเสรีด้านการค้าและการบริการในอนาคตอันใกล้พร้อมกับการทำงานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในการกำหนดสมรรถนะในอุตสาหกรรมต่างๆ ตามความต้องการของภาคเศรษฐกิจ วิทยาลัยทั้ง 415 แห่งของ สอศ.ก็กำลังปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับสมรรถนะ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพครูและนักเรียน/นักศึกษาด้วย

 

 

        Mr. Eddy Krismeidi Soemawilaga เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักเลขาธิการอาเซียน(Senior Officer, ASEAN Secretariat) บรรยายเรื่อง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน : ความร่วมมือและข้อตกลงยอมรับร่วมด้านการท่องเที่ยว”(“ASEAN Economic Community (AEC), Tourism Collaboration and MRAs”) กล่าวถึง โครงสร้าง วัตถุประสงค์ ลักษณะสำคัญของ AEC แผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ข้อตกลงร่วมกันด้านการท่องเที่ยวและด้านบริการอื่น ๆ

       ซึ่ง สอศ. อธิบายเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมว่า ในภาพรวมการเป็น AEC  มีผลให้การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการเป็นไปโดยเสรี สำหรับการเคลื่อนย้ายหรือขนส่งสินค้าที่มีคุณภาพในส่วนของสินค้าเกษตร จะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพครูและสมรรถนะนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

       ส่วนการเคลื่อนย้ายแรงงานสาขาบริการที่มีคุณภาพเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาที่สอนสายอาชีพด้านงานบริการในหลายเรื่อง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพในแต่ละสาขาไม่สามารถทำได้โดยเอกเทศจะต้องเห็นชอบร่วมกันและลงนามในข้อตกลงยอมรับร่วม (Mutual Recognition Arrangements : MRAs)

       โดยมีหน่วยงานของรัฐบาลกำกับดูแล เพื่อให้กำลังแรงงานจากประเทศสมาชิกอาเซียนมีสิทธิ์ที่จะใช้ (Eligibility) และได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพจากองค์กรวิชาชีพเช่นเดียวกับคนในชาติ

       ดังนั้น โครงสร้างและพันธกิจของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) (องค์การมหาชน) ที่ประเทศไทยจัดตั้งสำเร็จเป็นประเทศแรกในอาเซียนมีองค์ประกอบในรูปคณะกรรมการดูแลในแต่ละสาขาวิชาชีพและมีการจัดทำหลักสูตรกลางของแต่ละสาขา จึงสอดคล้องกับแนวทางของ AEC และคาดว่าต่อไปมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพของไทยจะเป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียนและระดับสากล

 

       Mr. I Gusti Putu Laksaguna ประธานคณะกรรมการติดตามผลคุณวุฒิวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว(Chairman of ASEAN Tourism Professional Monitoring Committee and Deputy Minister for Culture and Tourism) ประเทศอินโดนีเซีย

       บรรยายวิธีการจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมของอาเซียน และองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเคลื่อนย้ายบุคคลากรและยกระดับมาตรฐานกำลังแรงงาน แต่ยังส่งเสริมการเรียนรู้การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (best practices) ของสมรรถนะวิชาชีพต่างๆตลอดจนกระบวนการรับรองสมรรถนะระดับชาติและระดับภูมิภาคที่ประเทศสมาชิกต้องยอมรับกติกาความต่างในความเหมือนของกันและกัน เช่น การรับรองวิชาชีพมัคคุเทศก์

      และยังต้องให้ความสำคัญกับการปรับสมรรถนะสาขาวิชาชีพ ด้วยการปรับหรือพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับประเทศไทย นอกจากนั้น Mr. Putu ยังได้เล่าถึงกระบวนการให้การรับรองวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวจากประสบการณ์ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับประเทศไทยเช่นกัน

       สำหรับการเดินทางมาเยือนไทยของผู้แทนอาเซียนในครั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้นำไปชมการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาที่ปรับหลักสูตรแล้ว

     และขณะนี้สามารถจัดการเรียนการสอนในระดับ ปวช. และ ปวส. หลักสูตรปกติ และจัดการสอนหลักสูตรฐานสมรรถนะตามแนวทางของอาเซียน ได้แก่ สาขาอาหาร สาขาไฟฟ้า ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา  และสาขายานยนต์ สาขาช่างก่อสร้าง ณ วิทยาลัยเทคนิคดุสิต