Home > News > บทความ > 10 แผน จุดเน้นของ สพฐ

10 แผน จุดเน้นของ สพฐ

พี่น้องชาวแผนและผู้สนใจเรื่องการวางแผนที่รักทุกท่าน

รู้สึกดีใจที่พี่น้องชาวแผนและผู้สนใจได้เข้ามาอ่านจดหมายและร่วมแสดงความคิดเห็น ซักถามและบางท่านก็ช่วยตอบคำถามให้ด้วย ซึ่งต้องขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ  จากประเด็นคำถาม   พอประมวลได้ว่าส่วนใหญ่ท่านต้องการทราบทิศทางการดำเนินงาน ปี 2554ของ สพฐ.  เรื่องครูอัตราจ้าง และเรื่องเงินตกเบิกวิทยฐานะ  ดังนั้นฉบับนี้ขอคุยกับท่านสามเรื่องดังกล่าวนะครับ

ทิศทางการดำเนินงาน ปี 2554 ของ สพฐ.

สพฐ.ได้ชี้แจงทิศทางการดำเนินงาน ปี 2554แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนไปแล้ว เมื่อปลายเดือนกันยายน 2553ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้ส่งร่างแผนปฏิบัติการ ปี 2554ให้กับทุกเขตพื้นที่แล้ว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนของเขตพื้นที่ต่อไป

เขตพื้นที่จะวางแผนได้ดีก็ต่อเมื่อทราบความต้องการของตนเองและทราบวงเงินงบประมาณทั้งหมดที่เขตจะได้รับ ซึ่งปีนี้ สพฐ.พยายามเร่งเต็มที่และคาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายน บัญชีจัดสรรทั้งหมดทุกโครงการทั้งงบประจำและงบพัฒนาคงถึงเขต  ในส่วนของทิศทางการดำเนินงานของ สพฐ. ปี 2554 ท่านเลขาธิการได้กรุณาปรับจุดเน้นและเรียงลำดับใหม่ ดังนี้

1.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5กลุ่มสาระหลัก เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 4

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ทุกคนอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น

3.  เพิ่มศักยภาพนักเรียนในด้านภาษา  คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นหนึ่งในสองของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

4.  นักเรียนทุกคนมีความสำนึกในความรักชาติ

5.  สร้างทางเลือกในการเรียนรู้ที่เน้นให้ประชากรวัยเรียนทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ลดอัตราการออกกลางคัน ศึกษาต่อและประกอบอาชีพ

6.  ส่งเสริมการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยการขยายผลสถานศึกษาพอเพียงต้นแบบ

7.  นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ

8.  นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

9.  สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบประกันภายในที่เข้มแข็งและผ่านการรับรองจากการประเมินภายนอก

10.  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

และเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ปีนี้ สพฐ.จะ “ทำน้อย ๆ แต่ได้มาก ๆ”  คือ กำหนดสภาพที่คาดหวัง สนับสนุนงบประมาณ ให้กำลังใจและติดตาม ประเมินความสำเร็จ  ส่วนการปฏิบัตินั้นจะอยู่ที่เขตพื้นที่และสถานศึกษาในสังกัด  ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เงินบริหารจัดการพื้นฐาน 5ล้านบาท เงินแลกเป้าพื้นฐาน 3 ล้านบาท รวมเป็น 8 ล้านบาทคงถึงเขต (สพม. 6 ล้านครับ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ต้องกลับจำนวนกัน)  สำหรับแลกเป้าเพิ่มเติม เขตต้องเสนอขอไปยัง สพฐ.  ขอได้ไม่จำกัดจำนวนครับ แต่ควรดูความเป็นไปได้และสอดคล้องจุดเน้น  ซึ่งอาจเลือกเป็นบางจุดเน้น หรือเลือกทั้งหมด หรือไม่เสนอขอเลยก็เป็นสิทธิ์ที่พึงกระกระทำได้ 

ขณะนี้ทราบว่ามีบางสำนักที่เป็นเจ้าของโครงการ พยายามเชิญชวนให้ สพป./สพม.แลกเป้าที่สอดคล้องกับโครงการของเขา ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์การขายตรง ไม่ว่ากัน  แต่ขั้นตอนที่เราตกลงกันไว้ก็คือ ให้เขตพื้นที่ โดยกลุ่มนโยบายและแผนรวบรวมโครงการแลกเป้า ส่ง สพฐ. โดย สนผ.จะเป็นศูนย์กลางในการนำโครงการดังกล่าวแจกจ่ายให้กรรมการพิจารณา ซึ่งกรรมการก็คือตัวแทนจากสำนักต่างๆ นั่นแหละ  ขอเรียนให้พี่น้องทราบว่า งบแลกเป้าทั้งหมด ประมาณ 1,000 ล้านบาท สนผ.ได้ตัดจากโครงการต่าง ๆ มารวมไว้ที่ สนผ. จัดเป็นงบแลกเป้าพื้นฐาน เขตละ 3ล้าน รวม 675 ล้านบาท ยังเหลืองบแลกเป้าเพิ่มเติม ประมาณ 325 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม มีหลายโครงการของ สพฐ.ที่มีลักษณะเป็นโครงการนำร่อง

ดังนั้น เขตที่เป็นกลุ่มตัวอย่างนำร่องของโครงการดังกล่าว ก็จะได้รับงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง

ครูอัตราจ้าง

น้องๆ อัตราจ้างถามเข้ามามากว่า สพฐ.จะจ้างต่อหรือไม่ ขอเรียนว่า จ้างต่อเกือบทุกรายการ ทั้งที่เป็นครูและไม่ใช่ครู ดังนี้ครับ

ครูรายเดือนแก้ปัญหาขาดครูขั้นวิกฤติ                         8,180                      อัตรา                     

ครูดูแลเด็กในโรงเรียนพักนอน                                        164                      อัตรา     

ครูธุรการ                                                                   14,532                      อัตรา     

ครูจ้างเพื่อแก้ปัญหาขาดครูร้อยละ 30ขึ้นไป               5,290                      อัตรา                     

นักการภารโรง                                                           13,345                     อัตรา                     

 พนักงานพิมพืดีด/ขับรถ/ยาม/ทำความสะอาด                  621                     อัตรา                     

 บุคลากรสำหรับเขตพื้นที่ที่ขาดอัตรากำลัง                     438                     อัตรา     

Lab boy                                                                         214                    อัตรา      

ครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์                                        3,000                     อัตรา

การศึกษาพิเศษ

พี่เลี้ยงเด็กพิเศษ                                                          1,676                     อัตรา

นักการภารโรง                                                                   69                     อัตรา

ครูสอนสองภาษา                                                              76                     อัตรา

เงินตกเบิกวิทยฐานะ

แฟนคลับถามมาเยอะมากสำหรับเรื่องนี้ ก็น่าเห็นใจครับ เพราะเป็นสิทธิ์ที่พึงได้ของคุณครู คนที่ไม่ได้ก็อย่าหงุดหงิด อิจฉาเพื่อนเลย ไม่อยากอ่านก็ข้ามไป  ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้รับงบประมาณเพื่อจ่ายวิทยฐานะมาแล้ว ประมาณ 30,000  ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจ่ายวิทยฐานะปกติ 24,000 ล้านบาท อีก 6,000  ล้านบาทจ่ายตกเบิก ซึ่งเงินตกเบิกจะจ่ายให้กับผู้ที่ได้รับคำสั่ง ตั้งแต่ 1 เมษายน – พฤศจิกายน 2552 ( จะพยายามให้ถึงธันวาคมครับ)  วันที่สั่ง กับวันที่อนุมัติผลงาน คนละวันกันครับ หลายคนสับสน  บางคน สั่ง ณ วันที่ 1มีนาคม 2552แต่ผลงานได้รับอนุมัติตั้งแต่ 1มกราคม 2551ก็มี เวลาตกเบิกก็จะจ่ายให้ตั้งวันที่ผลงานได้รับอนุมัติ

ขณะนี้ สำนักพัฒนาระบบบริหาร ของ สพฐ.นำโดยท่านกมล  ศิริบรรณ ผู้อำนวยการสำนัก  พี่อุไร พูลศรี หัวหน้ากลุ่มงานใน สพร.ที่รับผิดชอบเรื่องวิทยฐานะโดยตรง   กำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างเคร่งเครียดที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ รามคำแหง โดยให้เจ้าหน้าที่ของทุกเขตมาช่วยตรวจสอบข้อมูลของตนเอง  เมื่อสักครู่ผมได้หารือท่านเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการ กพฐ. ที่ดูแล สพร. ท่านบอกว่า ได้สั่งการให้ สพร.ทยอยแจ้งเขตพื้นที่ให้ตั้งเรื่องเบิกเงินตกเบิกแล้ว ไม่ต้องรอตรวจข้อมูลครบทั้งหมดทุกเขต เขตใดข้อมูลถูกต้อง มาก่อน เบิกก่อน ไม่ต้องรอเขตที่มาทีหลัง เข้าทำนอง มาเร็ว เคลมเร็ว ไปเร็ว  พอเป็นหลักประกันได้หรือยังพี่น้อง สิ้นตุลาคม แน่นอน     เฮ...555

อ่านจดหมายแล้วมีความคิดเห็นประการใดอย่าลืมแลกเปลี่ยนทัศนะกันหน่อยนะครับ